มันมีที่มา !! ไขข้อสงสัย! “ริว จิตสัมผัส” เฉลย ทำไมเลข 13 ถึงเป็นเลขอาถรรพ์ และบางอาคารถึงไม่มีชั้น 13 !

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับอาถรรพ์เลข 13 กันมาพอสมควร และหลายคนเชื่อกันว่า เลข 13 เป็นเลขไม่ดี “ริว จิตสัมผัส” เผยผ่านรายการเลขอวดกรรมว่า เลข 13 เป็นเลขแห่งความรัก เพราะฉะนั้นบางโรงแรม จะไม่ให้มีเลขนี้ เพราะจากสถิติการฆาตกรรมในโรงแรม พบว่า สาเหตุของการฆาตกรรมส่วนใหญ่ เกิดเพราะความรัก ความหึงหวงกัน เลยเชื่อกันว่า เลข 13 ไม่ดี นอกจากนั้นเมื่อพลิกเลข 13 ก็จะอ่านเป็นคำว่า “ผี” ดังนั้นความเชื่อคนไทย จึงเชื่อว่า 13 เป็นเลขมรณะ เลขแห่งความตาย
ทั้งนี้ เลข 13 เป็นเลขที่ชาวตะวันตกเชื่อ เป็นเลขอัปมงคล เพราะตำนานอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูคริสต์ มีผู้ร่วมโต๊ะพร้อมหน้ากับพระองค์รวม 13 คน และ ยููดาห์ซึ่งเป็นศิษย์ทรยศก็นั่งในตำแหน่งที่ 13 ดังนั้นเจ้าของอาคาร เจ้าของที่ดินหรือผู้สร้างอาคาร มักจะเลี่ยงใช้คำว่า “ชั้นที่ 13” เอาไว้ จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการออกแบบอาคารกันไปแล้ว รวมทั้งแผงปุ่มกดในลิฟต์ก็ไม่มีปุ่มกดไปชั้นที่ 13 โดยอาจจะใช้เลข 14 แทน บางแห่งใช้ 12A, 12B หรือ M เพราะผู้เช่า ผู้ครอบครองห้อง หรือลูกค้าบางราย จะปักใจเชื่อเรื่องเลขอาถรรพ์นี้อย่างจริงจัง โดยนักจิตวิทยาบำบัดเผยว่า เฉพาะในสหรัฐประเทศเดียวมีคนเป็นโรคผวาศุกร์ที่ 13 เป็นจำนวนมากถึง 21 ล้านคนเลยทีเดียว
ทั้งนี้ เลข 13 เป็นเลขที่ชาวตะวันตกเชื่อ เป็นเลขอัปมงคล เพราะตำนานอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูคริสต์ มีผู้ร่วมโต๊ะพร้อมหน้ากับพระองค์รวม 13 คน และ ยููดาห์ซึ่งเป็นศิษย์ทรยศก็นั่งในตำแหน่งที่ 13 ดังนั้นเจ้าของอาคาร เจ้าของที่ดินหรือผู้สร้างอาคาร มักจะเลี่ยงใช้คำว่า “ชั้นที่ 13” เอาไว้ จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการออกแบบอาคารกันไปแล้ว รวมทั้งแผงปุ่มกดในลิฟต์ก็ไม่มีปุ่มกดไปชั้นที่ 13 โดยอาจจะใช้เลข 14 แทน บางแห่งใช้ 12A, 12B หรือ M เพราะผู้เช่า ผู้ครอบครองห้อง หรือลูกค้าบางราย จะปักใจเชื่อเรื่องเลขอาถรรพ์นี้อย่างจริงจัง โดยนักจิตวิทยาบำบัดเผยว่า เฉพาะในสหรัฐประเทศเดียวมีคนเป็นโรคผวาศุกร์ที่ 13 เป็นจำนวนมากถึง 21 ล้านคนเลยทีเดียว

ที่มา :: yimnid
Blogger Comment
Facebook Comment